วิดีทัศน์


9 ปี วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย

ารพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคมต้นแบบ (วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย)

พี่ มศว พาน้องสอบ : วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย

  

ความหมาย

ชื่อ “วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย” ควรเขียนเป็นภาษาอังกฤษอย่างไร
ศ.ดร.สมศีล ฌานวังศะ ราชบัณฑิต
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

เมื่อประมวลวิธีเขียนชื่อตามที่มีผู้เสนอมาต่างๆ กัน ก็พอจะสรุปสั้นๆ ว่าชื่อที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดควรเป็น
Bodhivijjalaya College
โดยมีเหตุผลประกอบดังนี้

๑. ชื่อภาษาไทยแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ “วิทยาลัย” ส่วนหนึ่ง และ “โพธิวิชชาลัย” อีกส่วนหนึ่ง อาจแยกพิจารณาทีละส่วน แล้วนำมาพิจารณารวมกันในภายหลัง

๒. ส่วนแรก คำว่า วิทยาลัย ถือเป็นคำทั่วไปที่นำคำจากภาษาสันสกฤตมาบัญญัติใช้แทนคำว่า college ตามความนิยมในวงการศึกษา ที่ใช้กันมานานแล้ว ฉะนั้น เมื่อชื่อสถานศึกษาในภาษาไทยมีคำว่า วิทยาลัย จึงอาจใช้คำภาษาอังกฤษว่า college ได้ทันทีและตรงตามความหมายที่ต้องการ
อนึ่ง คำว่า college ในระบบการศึกษาแบบอเมริกัน อาจใช้ในความหมายว่า “คณะ” หรือใช้หมายถึง “สถาบันอุดมศึกษาที่ให้การศึกษาทั่วไปหรือศิลปศาสตร์” ก็ได้ด้วย 

๓. ประเด็นมีอยู่ว่า ควรนำคำว่า college มาใช้ขึ้นต้นชื่อ เป็น College of ... หรือว่าลงท้ายชื่อ เป็น ... College หากพิจารณาตามความนิยมในการตั้งชื่อในภาษาอังกฤษ ก็ควรใช้เป็นคำลงท้าย เนื่องจากว่าชื่อ College of ... มักนิยมใช้นำหน้าคำสามัญที่แสดงสาขาวิชาของวิทยาลัยนั้นๆ (เช่น College of Education “วิทยาลัยการศึกษา” หรือ “วิทยาลัยศึกษาศาสตร์”) หรือนำหน้าคำสามัญที่หมายถึงผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะสาขา (เช่น College of Physicians and Surgeons “วิทยาลัยแพทย์และศัลยแพทย์”) ยิ่งกว่านำหน้าชื่อเฉพาะ

๔. ส่วนที่สอง คำว่า โพธิวิชชาลัย ถือเป็นชื่อเฉพาะ เมื่อจะตั้งชื่อภาษาอังกฤษ จึงไม่นิยมแปลความหมายตามรูปศัพท์ แต่จะใช้การทับศัพท์ (= เขียนคำในภาษาใหม่ทับลงไปและแทนที่คำในภาษาเดิม) ด้วยวิธีถอดอักษร (transliteration) หรือวิธีถ่ายเสียง (transcription) วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือทั้ง ๒ วิธีผสมกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้
• ที่มาของคำ (etymology) ว่าเป็นคำไทยแท้หรือเป็นคำยืมจากภาษาใด
• โครงสร้างคำ (morphology) ว่าเป็นคำเดี่ยวหรือคำประสม เป็นต้น
• ตัวสะกด (spelling) ซึ่งจะสะท้อนถึงโครงสร้างคำได้ดี
• วิธีออกเสียง (pronunciation) ว่าไพเราะ ได้จังหวะ และออกเสียงได้ง่าย เป็นต้น

๕. เฉพาะชื่อ โพธิวิชชาลัย มาจากคำบาลี ๒ คำสมาสกัน คือ โพธิ “ความรู้แจ้ง” + วิชชาลัย ส่วนคำว่า วิชชาลัย ก็เป็นคำสมาสเช่นกัน คือ วิชชา + อาลัย แล้วกลมกลืนเป็นคำเดียวกันด้วยวิธีสนธิคือเชื่อมเสียง มุ่งใช้ในความหมายไม่ต่างจาก วิทยาลัย (ซึ่งเป็นรูปคำที่มาจากสันสกฤต คือ วิทยา + อาลัย) กล่าวคือ แปลตามรูปศัพท์ว่า “ที่อยู่ของความรู้”

อนึ่ง หากมีข้อสงสัยว่า ในเมื่อทั้ง วิชชาลัย และ วิทยาลัย ต่างก็มีความหมายอย่างเดียวกัน เหตุใดจึงใช้ทั้ง ๒ คำในชื่อสถาบัน คือ “วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย” ก็อาจชี้แจงได้ว่า คำว่า วิชชาลัย ในบริบทนี้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะ ส่วนคำว่า วิทยาลัย เป็นคำสามัญที่ใช้เป็นศัพท์บัญญัติ มุ่งสื่อความหมายอย่างเดียวกับคำว่า college 

๖. เมื่อคำว่า โพธิวิชชาลัย มาจากคำบาลีและมีโครงสร้างคำเช่นนี้ จึงเอื้อให้ใช้วิธีทับศัพท์แบบถอดอักษร เป็น Bodhivijjalaya หากถอดอักษรแบบเคร่งครัดก็ต้องเป็น Bodhivijjālaya (มีขีดยาวเหนืออักษร a เพื่อแสดงว่าเป็นเสียงยาว) แต่ไม่เหมาะแก่การใช้เป็นชื่อเฉพาะในภาษาอังกฤษทั่วไป
โปรดสังเกตว่า เมื่อถอดเป็นอักษรโรมัน ต้องมี j ๒ ตัว เนื่องจากว่า วิชชา มี ช ๒ ตัว เขียนแบบคำเดิมในภาษาบาลีคือ วิชฺชา ซึ่งเขียนเป็นอักษรโรมันว่า vijjā

๗. เนื่องจาก Bodhivijjalaya ต้องออกเสียงเป็น ๖ พยางค์ คือ Bo|dhi|vij|ja|la|ya เมื่อนำไปประกอบกับส่วนแรกของชื่อ คือ Col|lege ซึ่งเพิ่มเข้ามาอีก ๒ พยางค์ จึงเห็นชัดว่า ควรใช้คำว่า College ต่อท้าย เพื่อให้ชื่อสั้นเข้า กล่าวคือ ควรใช้ว่า Bodhivijjalaya College จะกระชับและเหมาะสมกว่า College of Bodhivijjalaya

๘. เมื่อนำเหตุผลข้อ ๓ กับข้อ ๗ มาพิจารณารวมกัน ก็สรุปว่า วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ควรเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Bodhivijjalaya College ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด